20 สำนวนน่ารู้ ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน!

หลายคนต้องเคยเป็นแน่ เวลาเจอสำนวนภาษาอังกฤษแล้วแปลความหมายไม่ออกว่ามันคืออะไรกัน เพราะบางครั้งการที่จะแปลตรงตัวเป๊ะๆ เลย ความหมายคงเพี้ยนน่าดู ยิ่งเป็นสำนวนที่ใช้กันบ่อยในชีวิตประจำวันที่เจอในบทสนทนา ทีวี หรือในภาพยนตร์บ้างล่ะ อาจจะตีความหมายไม่ออก แต่จะไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้ว เพราะ Life on Campus ได้รวบรวมสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยมาให้ได้อ่านกัน และเพื่อเป็นการฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษให้ดียิ่งขึ้น จะได้นำไปพูด ฟุด ฟิด ฟอร์ ไฟว์ กับเพื่อนๆ ได้อย่างมั่นใจ

1. ‘Rise and shine’ – ประโยคนี้จะพบบ่อยในภาพยนตร์ จะใช้บ่อยในการปลุกใครสักคนตอนเช้าๆ เป็นการบอกให้ลุกขึ้นและให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า
ตัวอย่างประโยค “Wake up! Rise and shine, we’re off to Beijing today!” แปลว่า ตื่นแต่เช้าอย่างสดใส พวกเราจะไปกรุงปักกิ่งวันนี้!

2. ‘Speak of the devil’ – หมายถึง คนที่คุณกำลังพูดถึงอยู่นั้นปรากฏตัวขึ้น หรือในภาษาไทยเวลาเราคุยกันถึงอีกคนแล้วเจอเขาพอดี เราจะใช้คำว่า “ตายยากจริงๆ”
ตัวอย่างประโยค “Hi Tom, speak of the devil, I was just telling Sara about your new car.” แปลว่า สวัสดีทอม นายที่อายุยืนจริงๆ เลย ฉันกำลังเล่าเรื่องรถใหม่ของนายให้ซาร่าฟังพอดีเลย
“Jane is just never on time to work, it’s really annoying. Wow, Speak of the devil here she comes.” แปลว่า เจนไม่เคยมาทำงานตรงเวลาเลย ช่างน่ารำคาญจริงๆ อุต๊ะ! เจนมาพอดีเลย ตายยากจริงๆ

3. ‘See eye to eye’ – หมายถึง เห็นด้วยกับความคิดเห็นของอีกฝ่าย นอกจากคำว่า “I agree” แล้ว สำนวนนี้ก็สามารถนำมาใช้กับการแสดงความคิดเห็นที่ไปในทางเดียวกันได้เหมือนกัน
ตัวอย่างประโยค “They finally saw eye to eye on the business deal.” แปลว่า ในที่สุดพวกเขาก็ตกลงธุรกิจกันได้

4. ‘Once in a blue moon’ – หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก หรือนานทีปีหนจะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่ง
ตัวอย่างประโยค “I only go to the cinema once in a blue moon.” แปลว่า นานๆทีฉันถึงจะออกไปดูหนังครั้งหนึ่ง
“I don’t really like going out to bars anymore. I only go once in a blue moon” แปลว่า ฉันไม่ชอบออกไปเที่ยวบาร์สักเท่าไหร่ นานๆ ทีฉันถึงจะไป

5. ‘When pigs fly’ – อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับหมูหรือการบินอะไรทั้งนั้น เพราะหมูมันบินไม่ได้ ซึ่งความหมายก็ตรงตัวเลยคือ หมายถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หรือไม่มีวันจะเกิดขึ้น
ตัวอย่างประโยค “When pigs fly she’ll tidy up her room.” แปลว่า ให้หมูบินได้ก่อน เธอถึงจะทำความสะอาดห้องของเธอ “Do you think Mary will quit her job now that she’s pregnant?” แปลว่า คุณคิดว่าแมรีจะลาออกจากงานไหม เพราะเธอท้องแล้ว
คำตอบคือ “Yeah, when pigs fly! There is no way she is giving up her career!” แปลว่า เป็นไปไม่ได้หรอก! และไม่มีทางที่แมรีจะลาออกจากงาน!

6. ‘To cost an arm and a leg’- หมายถึง ราคาแพงมาก ราคาสูงปี๊ด คือมีนัยว่ากว่าจะได้มาต้องแลกด้วยแขนและขาเชียวล่ะ
ตัวอย่างประโยค “Fuel these days costs an arm and a leg.” แปลว่า ทุกวันนี้ราคาน้ำมันแพงหูดับตับไหม้
“Greg’s new car costs him an arm and a leg, but he delightfully paid for it.” แปลว่า รถคันใหม่ของเกรกแพงหูฉี่เลย แต่เขาก็ยินดีจ่ายเงินซื้อมันนะ

7. ‘A piece of cake’- สำนวนนี้ไม่เกี่ยวกับเค้ก แต่เกี่ยวกับเรื่องกล้วยๆ มีความหมายว่า ง่ายๆ ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
ตัวอย่างประโยค “The English test was a piece of cake.” แปลว่า การสอบภาษาอังกฤษง่ายเหมือนบอกกล้วยเข้าปาก นอกจากนี้ยังมีสำนวนที่มีความหมายเหมือนกันกับ A piece of cake อีกด้วยนะ นั่นคือ “As easy as apple pie” ที่มีความหมายว่าง่ายมากๆ เช่น The examination is as easy as apple pie. แปลว่า ข้อสอบง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากเลยแหละ

8. ‘Let the cat out of the bag’ – สำนวนนี้ถ้าแปลตรงๆ เลยแปลได้ว่า ปล่อยแมวเหมียวออกจากถุง! แต่เดี๋ยวก่อนถ้าแปลตรงแบบนี้ความหมายคงเพี้ยนๆ อยู่ ซึ่งสำนวนนี้มีความหมายว่า หลุดปากเผยความลับออกมานั่นเอง
ตัวอย่างประโยค “I let the cat out of the bag about their wedding plans.” แปลว่า ฉันเผลอหลุดปากเรื่องแผนงานแต่งๆของพวกเขา และ “I was trying to keep the party a secret, but Jim went and let the cat out of the bag.” แปลว่า ฉันพยายามเก็บเรื่องงานปาร์ตี้เป็นความลับแล้วนะ แต่จิมมาไม่ทันไรก็เผลอหลุดปากบอกซะอย่างงั้น

9. ‘To feel under the weather’ – หมายถึง ไม่สบาย ป่วย
ตัวอย่างประโยค “I’m really feeling under the weather today; I have a terrible cold.” แปลว่า วันนี้ฉันไม่สบาย ฉันเป็นหวัดอย่างหนัก

10. ‘To kill two birds with one stone’ – หมายถึง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
ตัวอย่างประโยค “By taking my dad on holiday, I killed two birds with one stone. I got to go away but also spend time with him.” แปลว่า การที่ผมพาพ่อไปพักร้อนเหมือนกับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้ไปพักผ่อนด้วย ได้ใช้เวลากับพ่อด้วย
“We can visit Aunt Jennie and also see New York City on the same trip, thus killing two birds with one stone.” แปลว่า ตำรวจที่ไปจับคนเล่นการพนันเมื่อคืนนี้ จับผู้ร้ายที่ลอบขโมยรถคนที่ไปเล่นได้ด้วย เท่ากับเป็นการยิงทีเดียวได้นกสองตัว

11.‘To cut corners’ – หมายถึง ทำงานแบบขอไปที หรือ ทำงานแบบชุ่ยๆ ถูกๆ
ตัวอย่างประโยค “They really cut corners when they built this bathroom; the shower is leaking.” แปลว่า คนที่ทำห้องน้ำพวกเขาคงทำงานกันชุ่ยๆน่ะสิ น้ำในห้องน้ำถึงได้รั่ว

12. ‘To add insult to injury’ – หมายถึง ทำให้สถานการณ์แย่ลง
ตัวอย่างประโยค “To add insult to injury the car drove off without stopping after knocking me off my bike.” แปลว่า แย่ยิ่งกว่านั้นอีก พอชนฉันหล่นจากจักรยานเสร็จรถคันนั้นก็ขับหนีไปเลย

13. ‘You can’t judge a book by its cover’ – หมายถึง อย่าตัดสินคนหรือสิ่งของจากรูปลักษณ์ภายนอก
ตัวอย่างประโยค “I thought this no-brand bread would be horrible; turns out you can’t judge a book by its cover.” แปลว่า ฉันคิดว่าขนมปังที่ไม่มียี่ห้ออันนี้จะรสชาติแย่ซะอีก

14.‘Break a leg’- หมายถึง ขอให้โชคดี ‘good luck’ ส่วนมากจะบอกกับนักแสดงก่อนขึ้นเวที
ตัวอย่างประโยค “Break a leg Sam, I’m sure your performance will be great.” แปลว่า ขอให้โชคดีนะแซม ฉันเชื่อว่าเธอต้องทำได้ดีแน่ๆ

15.‘To hit the nail on the head’- หมายถึง พูดตรงจุดมากเลย พูดเข้าเรื่อง
ตัวอย่างประโยค “He hit the nail on the head when he said this company needs more HR support.” แปลว่า เขาพูดได้ตรงจุดมากที่บอกว่าบริษัทนี้ต้องการฝ่าย HR เพิ่ม
“He hit the nail on the head when he mentioned rising prices as being the cause of our present problems.” แปลว่า คุณพูดตรงเป้าเลย สิ่งที่เราต้องการอย่างยิ่งในเวลานี้ก็คือ ความสามัคคีของคนในชาติเดียวกัน

16. ‘Jack of all trades’ – หมายถึง คนที่รู้ทุกอย่าง รู้ทุกเรื่อง แต่ไม่เก่งจริงสักอย่าง
ตัวอย่างประโยค “A jack of all trades,master of none.” แปลว่า รู้ไปหมด แต่ไม่เก่งสักอย่าง

17. ‘Get in someone’s hair’ – สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงว่าเข้าไปอยู่ในหัวของใครหรอกนะ มันหมายความว่าคุณรบกวนหรือก่อความรำคาญให้เขาอยู่ต่างหาก
ตัวอย่างประโยค “Susan was trying to prepare dinner, but her children were getting in her hair!” แปลว่า ซูซานกำลังเตรียมอาหารค่ำอยู่ แต่ลูกๆ ของเธอก็กวนเธอเหลือเกิน และสำหรับประโยคโต้กลับ หากมีใครมาก่อกวนเราแล้วล่ะก็ บอกเขาไปเลยว่า “Get out of my hair!”

18. ‘Join the club’ – หัวอกเดียวกัน, เหมือนกันเลย, พวกเดียวกัน หรือการพูดตอบเพื่อแสดงความคิดเห็นตรงกัน หรือผู้ตอบเคยผ่านประสบการณ์นั้นมาก่อน
ตัวอย่างประโยค “You hate getting up in the morning? Join the club.” แปลว่า คุณเกลียดการตื่นเช้าใช่ไหม เหมือนฉันเลย
‘We can’t afford a vacation this year.’ ‘Welcome to the club!’ แปลว่า ปีนี้เราอดลาพักร้อนแล้วล่ะ หัวอกเดียวกันเลย!

19. ‘Devil may care’ – ความหมายคือ ไม่แยแส ไม่ใยดี หรือทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ใส่ใจต่อการกระทำของตัวเอง มักใช้กับคนที่ละเลยภัยอันตรายหรือปัญหา และไม่แยแสกับสิ่งรอบตัว
ตัวอย่างประโยค “He has a rather devil-may-care attitude to his studies” แปลว่า เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจการเรียนสักเท่าไหร่นัก

20. ‘Let someone down’ – ความหมายคือทำให้ใครบางคนผิดหวัง
ตัวอย่างประโยค “I need you to be on time, don’t let me down this time” แปลว่า ฉันต้องการให้คุณมาตรงเวลา อย่าทำให้ฉันผิดหวังหล่ะครั้งนี้

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ตและข้อมูลจาก http://thailand.englishtown.com/blog/15-common-english-idioms-and-phrases/

 

 

Tags:

About Lucky